The Tower Computer

อัปเกรดครั้งสุดท้ายของบอร์ด AM4 ด้วย Ryzen 5 5700X3D ใน 5 นาที

ถ้าคุณยังใช้บอร์ด AM4 อยู่และเคยตั้งตารอ Ryzen 5 5500X3D มาบอกเลยว่าไม่ต้องรอแล้ว เพราะเทคโนโลยี 3D V-Cache ที่คุณฝันถึงนั้นมีอยู่ใน Ryzen 5 5700X3D ที่วางขายอยู่แล้ววันนี้ และที่สำคัญกว่านั้นคือการอัปเกรดครั้งนี้ทำได้ง่ายกว่าที่คิดมาก โดยไม่ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ด ไม่ต้องเปลี่ยนแรม และไม่ต้องทุ่มงบก้อนใหม่ทั้งหมด

ทำไมต้อง Ryzen 5 5700X3D ไม่ใช่ 5500X3D

Ryzen 5 5500X3D ถูกพูดถึงในวงการเหมือนจะมาเป็นตัวเลือกราคาประหยัดสำหรับคนใช้ AM4 แต่ในความเป็นจริงแล้ว Ryzen 5 5700X3D คือตัวเลือกที่ให้คุณมากกว่าในเกือบทุกมิติ

  • 8 คอร์ / 16 เธรด เทียบกับ 6 คอร์ของ 5500X3D
  • L3 Cache รวม 96MB จากเทคโนโลยี 3D V-Cache ที่ช่วยเรื่อง Gaming Performance โดยตรง
  • รองรับ Socket AM4 ทุกบอร์ดที่อัปเดต BIOS แล้ว ไม่ว่าจะเป็น B450, X470, B550 หรือ X570

พูดง่ายๆ คือคุณได้ DNA เดียวกับ Ryzen 7 5800X3D ในราคาที่เข้าถึงได้กว่า และมันเหมาะมากสำหรับคนที่อยากคืนชีพให้คอมเก่าโดยไม่ต้องรื้อทุกอย่างใหม่

ก่อนอัปเกรด เช็กให้พร้อมใน 3 จุด

ก่อนจะถอดซีพียูตัวเก่าออก ให้ตรวจสอบ 3 สิ่งนี้ให้แน่ใจก่อน

1. เช็กรุ่นบอร์ดและเวอร์ชัน BIOS

บอร์ด AM4 แทบทุกรุ่นรองรับ Ryzen 5000 Series ได้ แต่ต้องอัปเดต BIOS ก่อน โดยเฉพาะบอร์ด B450 และ X470 ที่ต้องใช้ BIOS เวอร์ชันล่าสุดที่ผู้ผลิตปล่อยมาเพื่อรองรับซีรีส์นี้โดยเฉพาะ ลองเช็กที่เว็บไซต์ของ ASUS, MSI, Gigabyte หรือ ASRock ตามแบรนด์บอร์ดที่คุณใช้

2. ตรวจสอบ Cooler ที่มีอยู่

5700X3D มีค่า TDP อยู่ที่ 65W ซึ่งถือว่าเย็นกว่า 5800X3D มาก ดังนั้น Cooler ที่คุณใช้อยู่เดิมไม่ว่าจะเป็น Stock Cooler ระดับกลาง หรือ Tower Cooler ขนาดเล็กก็รับได้สบาย ไม่ต้องลงทุนเพิ่มในส่วนนี้

3. เตรียม Thermal Paste ใหม่

ถ้าจะถอดซีพียูออกอยู่แล้ว แนะนำให้ทา Thermal Paste ใหม่ทุกครั้ง เพื่อให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพสูงสุด เลือกใช้ยี่ห้อที่เชื่อถือได้อย่าง Arctic MX-4 หรือ Noctua NT-H1 ก็เพียงพอ

ขั้นตอนอัปเกรดจริง ทำได้ใน 5 นาที

นี่คือขั้นตอนจริงที่ใครก็ทำตามได้ แม้จะไม่เคยถอด CPU มาก่อน

1. ปิดเครื่องและถอดปลั๊กไฟ ออกจากเต้าทุกเส้น

2. ถอด Cooler ออก คลายสกรูหรือคลิปยึดตามแบบที่ Cooler ของคุณใช้

3. ยก CPU เก่าออก กด/ยก Lever ของ Socket AM4 แล้วยก CPU ออกตรงๆ ไม่ต้องออกแรง

4. วาง Ryzen 5 5700X3D ลงใน Socket โดยจัดมุมสามเหลี่ยมให้ตรงกัน แล้วกด Lever ลงให้ล็อก

5. ทา Thermal Paste บนหน้า CPU ขนาดเท่าเมล็ดข้าวตรงกลาง

6. ติด Cooler กลับ แล้วเสียบปลั๊กไฟคืน

7. เปิดเครื่อง เข้า BIOS เพื่อตรวจสอบว่าระบบตรวจเจอ CPU ใหม่แล้ว

เท่านี้เองไม่มีอะไรซับซ้อนกว่านี้อีกแล้ว

ผลลัพธ์ที่จะได้รับหลังอัปเกรด

เมื่ออัปเกรดเสร็จ สิ่งที่คุณจะสังเกตเห็นได้ทันทีคือ เฟรมเรตในเกมที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเกมที่ใช้ CPU หนักอย่าง CS2, Valorant, Cyberpunk 2077 หรือ Microsoft Flight Simulator ที่ได้ประโยชน์จาก L3 Cache ขนาดใหญ่โดยตรง

สำหรับงานอื่นๆ อย่างตัดต่อวิดีโอหรือ Streaming คอร์ที่เพิ่มขึ้นจาก 6 เป็น 8 คอร์ก็ช่วยให้ทำงาน Multi-tasking ได้ลื่นขึ้นอย่างชัดเจน

สรุปคือ คุณได้ทั้งประสิทธิภาพในเกมที่ดีขึ้น และความสามารถในการทำงานที่เพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด นี่คือนิยามของการอัปเกรดที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ใช้ AM4 ในตอนนี้

Ryzen 5 5700X3D คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ยังอยู่บนแพลตฟอร์ม AM4 และอยากได้ประสิทธิภาพสูงสุดก่อนจะก้าวไปสู่แพลตฟอร์มใหม่ในอนาคต การอัปเกรดทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่กี่นาที และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าการซื้อเครื่องใหม่ทั้งชุดมาก ถ้าคุณมีบอร์ด AM4 อยู่ในมือแล้ว ตอนนี้คือเวลาที่เหมาะที่สุดที่จะทำการอัปเกรดครั้งสุดท้ายนี้

คุณใช้บอร์ด AM4 รุ่นไหนอยู่ และกำลังคิดจะอัปเกรดหรือเปล่า คอมเมนต์บอกกันได้เลย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนที่กำลังมองหาการอัปเกรดสุดคุ้มได้เลย 💬