ทำไมจอคอมถึงเป็น 16:9? สงครามเงียบระหว่าง IBM กับ Hollywood

ทุกวันนี้เราเปิดคอมขึ้นมาก็เจอจอสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ แบบ 16:9 จนรู้สึกเป็นเรื่องปกติสุดๆ ครับ แต่รู้ไหมว่าอัตราส่วนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มันเป็นผลลัพธ์จากการแข่งขันเงียบๆ ระหว่างโลกคอมพิวเตอร์กับโลกภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่กินเวลานานหลายสิบปีครับ
ยุค 4:3 — เมื่อจอคอมกับทีวีเป็นพี่น้องกัน
ย้อนไปในยุค 80s-90s จอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเป็น อัตราส่วน 4:3 ครับ นั่นคือกว้าง 4 ส่วน สูง 3 ส่วน ทำให้หน้าจอดูเกือบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส
เหตุผลที่เลือก 4:3 ก็ไม่ได้ซับซ้อนครับ — เพราะมันลอกมาจากมาตรฐานโทรทัศน์ที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุค 1940s ตอนนั้น IBM และผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายอื่นๆ มองว่าอัตราส่วนนี้เหมาะกับการแสดงผลข้อความและตาราง Excel ซึ่งเป็นงานหลักของคนใช้คอมยุคนั้น
ง่ายๆ คือ ถ้าคุณพิมพ์เอกสาร A4 แนวตั้ง จอ 4:3 รองรับได้ดีมากครับ
ฝั่ง Hollywood — โลกที่กว้างกว่านั้น
แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน ฮอลลีวูดกำลังทำสิ่งที่ตรงข้ามกันอยู่ครับ
ตั้งแต่ยุค 1950s วงการภาพยนตร์เริ่มหนีออกจากอัตราส่วน 4:3 เพราะต้องการสร้างประสบการณ์ที่ "ใหญ่กว่าชีวิตจริง" เพื่อดึงคนออกจากบ้านมาดูหนังในโรงครับ พวกเขาจึงพัฒนาฟอร์แมตจอกว้าง (Widescreen) ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น CinemaScope, Panavision หรือ Anamorphic ที่มีอัตราส่วนกว้างถึง 2.39:1
ปัญหาคือพอเอาหนังโรงมาออกทีวีที่บ้านในยุคนั้น มันต้องถูกตัดขอบซ้ายขวาออก หรือไม่ก็ต้องใส่แถบดำบนล่าง ซึ่งคนดูส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบกันครับ
จุดเปลี่ยน — เมื่อนักคณิตศาสตร์เดินเข้ามาในห้อง
ช่วงปลายยุค 80s มีนักวิจัยชื่อ Dr. Kerns Powers จาก SMPTE (Society of Motion Picture and Television Engineers) ได้รับโจทย์ท้าทายมากครับ — หาอัตราส่วนเดียวที่สามารถรองรับฟอร์แมตหนังฮอลลีวูดได้มากที่สุด โดยไม่ตัดทิ้งส่วนสำคัญมากเกินไป
เขาเอาอัตราส่วนหนังยอดนิยมทั้งหมดมาวางซ้อนกันบนกระดาษครับ แล้วหาตรงกลางที่ "เสียน้อยที่สุด" เมื่อแสดงผลฟอร์แมตต่างๆ
คำตอบที่ออกมาคือ 16:9 ครับ
ทำไมต้อง 16:9 แบบนี้?
- มันเป็น ค่าเฉลี่ยเรขาคณิต ของอัตราส่วน 4:3 (1.33:1) กับ 2.39:1 ของหนัง Widescreen
- ตัวเลข 16 หารด้วย 9 ได้ประมาณ 1.78 ซึ่งอยู่ตรงกลางพอดีครับ
- รองรับฟอร์แมตหนังได้หลากหลายโดยมีแถบดำน้อยที่สุด
IBM ยังไม่ยอม — สงครามมาตรฐานที่เงียบกว่าที่คิด
แม้ SMPTE จะตัดสินใจแล้ว แต่โลกคอมพิวเตอร์ไม่ได้เปลี่ยนทันทีครับ IBM และผู้ผลิตจอภาพยังคงผลิตจอ 4:3 ต่อมาอีกนาน เพราะในช่วงทศวรรษ 90s คนส่วนใหญ่ยังใช้คอมทำงานเอกสาร ไม่ได้ดูหนังผ่านคอมพิวเตอร์
จุดเปลี่ยนจริงๆ เกิดขึ้นจากสองแรงผลักดันครับ:
1. การมาของ DVD และ HDTV — ช่วงปลายยุค 90s ถึงต้นยุค 2000s คนเริ่มดูหนัง DVD ผ่านคอม และสถานีโทรทัศน์ความละเอียดสูงก็เริ่มใช้มาตรฐาน 16:9
2. การเติบโตของวิดีโอออนไลน์ — พอ YouTube เปิดตัวในปี 2005 และเริ่มรองรับ HD ในปี 2009 ความต้องการจอ Widescreen ก็พุ่งสูงขึ้นทันทีครับ
ผู้ผลิตจอเลยค่อยๆ หันมาผลิต 16:9 มากขึ้น เพราะมันขายได้กว่า ต้นทุนลดลงเมื่อผลิตเป็นมาตรฐานเดียว และผู้บริโภคเริ่มชินตากับการดูเนื้อหาแบบ Widescreen แล้วครับ
แล้วเราได้อะไรจากเรื่องนี้?
ถ้าสังเกตดูๆ นะครับ จอ 16:9 จริงๆ แล้วไม่ใช่ "สมบูรณ์แบบ" สำหรับทุกงานครับ
- ดูหนังโรงจริงๆ — ยังมีแถบดำบนล่างอยู่ เพราะหนังกว้างกว่า 16:9
- พิมพ์เอกสาร A4 — จอ 16:9 แนวนอนให้พื้นที่แนวตั้งน้อยกว่า 4:3
- เขียนโค้ดหรืออ่านบทความยาวๆ — หลายคนยังนิยมจอ 16:10 หรือแม้แต่ 3:2 มากกว่าครับ
นั่นเป็นเหตุผลที่เราเห็นจอ Ultrawide 21:9 สำหรับเกมเมอร์และดูหนัง หรือจอ 16:10 / 3:2 ในแล็ปท็อปสายทำงานอย่าง MacBook หรือ Surface ครับ — เพราะมาตรฐานจอยังคงวิวัฒนาการต่อไปตามการใช้งานจริงของคนครับ
สรุปง่ายๆ ในหัว
| อัตราส่วน | เหมาะกับ |
|—|—|
| 4:3 | เอกสาร, งานเก่า |
| 16:9 | วิดีโอ, เกม, มาตรฐานทั่วไป |
| 16:10 | ทำงาน, โค้ด |
| 21:9 | เกม Immersive, หนัง Cinema |
จอ 16:9 ที่เราจ้องอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขสุ่มครับ มันคือผลลัพธ์ของการประนีประนอมระหว่างโลกคอมพิวเตอร์กับโลกภาพยนตร์ที่กินเวลาหลายสิบปี ครั้งต่อไปที่ใครถามว่า "ทำไมจอมันถึงเป็นแบบนี้?" เราก็มีเรื่องเล่าสนุกๆ ให้แล้วครับ
ชอบเกร็ดประวัติศาสตร์เทคโนโลยีแบบนี้ไหมครับ? คอมเมนต์บอกเราได้เลยว่าอยากรู้เรื่องอะไรต่อ แล้วแชร์ให้เพื่อนที่ชอบคอมได้อ่านด้วยนะครับ 👇