The Tower Computer

ถอดรหัส DirectStorage เทคโนโลยีจาก Xbox ที่ทำให้ PC เร็วขึ้นแบบก้าวกระโดด

ถอดรหัส DirectStorage เทคโนโลยีจาก Xbox ที่ทำให้ PC เร็วขึ้นแบบก้าวกระโดด

รู้ไหมว่าเทคโนโลยีที่ทำให้เกมบน Xbox Series X โหลดเร็วจนน่าตกใจ ตอนนี้มันถูกฝังอยู่ใน Windows 11 ของคุณแล้ว และมันไม่ได้มีประโยชน์แค่กับการเล่นเกมเท่านั้น DirectStorage คือหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้ว่ามันทำงานยังไง

Xbox Series X สอนอะไรให้กับ Windows 11?

เมื่อ Xbox Series X เปิดตัวในปี 2020 สิ่งที่ทำให้นักเล่นเกมอ้าปากค้างไม่ใช่กราฟิก แต่คือ ความเร็วในการโหลด เกมที่เคยใช้เวลาโหลด 1-2 นาที กลับเหลือแค่ไม่กี่วินาที เบื้องหลังความมหัศจรรย์นั้นคือสิ่งที่ Microsoft เรียกว่า DirectStorage

และในปี 2022 Microsoft ก็นำเทคโนโลยีเดียวกันนี้มาปล่อยให้ Windows 11 ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ

ปัญหาเดิมที่ไม่มีใครสังเกต

ก่อนจะเข้าใจว่า DirectStorage ดีอย่างไร ต้องเข้าใจก่อนว่าระบบเก่ามันมีปัญหาอะไร

เวลาคอมพิวเตอร์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ เช่น เทกซ์เจอร์ของเกม 3D หรือไฟล์วิดีโอความละเอียดสูง กระบวนการแบบเดิมทำงานแบบนี้:

1. ข้อมูลถูกดึงจาก SSD หรือ HDD

2. ส่งผ่านไปยัง RAM (หน่วยความจำระบบ)

3. จากนั้น CPU ต้องมาแตกไฟล์และบีบอัดทีละชิ้น

4. แล้วค่อยส่งต่อไปยัง GPU (การ์ดจอ) เพื่อแสดงผล

ปัญหาคือขั้นตอนที่ 3 นั้น CPU ต้องทำงานหนักมาก และทำได้ครั้งละไม่กี่อย่าง ทำให้เกิดคอขวดที่ทำให้ทุกอย่างช้าลง แม้คุณจะมี SSD ที่เร็วแค่ไหนก็ตาม

DirectStorage แก้ปัญหานี้ยังไง?

DirectStorage เปลี่ยนเส้นทางการไหลของข้อมูลทั้งหมด โดยตัดตัวกลางออกไป

แทนที่จะวิ่งผ่าน CPU ระบบใหม่ทำงานแบบนี้:

  • ข้อมูลจาก SSD วิ่งตรงไปยัง GPU เลย โดยไม่ต้องแวะผ่าน CPU
  • GPU มีความสามารถในการแตกไฟล์บีบอัดได้เร็วกว่า CPU หลายเท่า เพราะมี core ประมวลผลขนานกันหลายพัน core
  • ลดภาระ CPU ลงอย่างมาก ทำให้ CPU เอาพลังงานที่เหลือไปทำงานอื่นได้

ผลลัพธ์คือการโหลดข้อมูลที่เร็วขึ้นหลายเท่า และระบบโดยรวมที่ลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ไม่ใช่แค่เกม แต่ใช้ได้กับทุกอย่าง

นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด DirectStorage ไม่ได้ถูกออกแบบมาแค่สำหรับเกมเมอร์

งานด้านครีเอทีฟ อย่างการตัดต่อวิดีโอหรืองาน 3D Rendering ที่ต้องโหลดไฟล์ขนาดยักษ์อยู่ตลอดเวลา จะได้รับประโยชน์โดยตรงจาก DirectStorage เพราะข้อมูลไหลเข้า GPU ได้เร็วขึ้นมาก

นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่ต้อง compile โปรเจกต์ขนาดใหญ่หรือรัน virtual machine หนักๆ ก็จะรู้สึกถึงความต่างได้ชัดเจน

การเปิดแอปพลิเคชันทั่วไป ในอนาคตเมื่อนักพัฒนาซอฟต์แวร์หันมาใช้ API ของ DirectStorage มากขึ้น การเปิดโปรแกรมหนักๆ อย่าง Adobe Premiere หรือ AutoCAD ก็จะเร็วขึ้นด้วย

ต้องการอะไรบ้างเพื่อใช้งาน DirectStorage?

ถ้าอยากใช้ DirectStorage ได้เต็มประสิทธิภาพ ต้องมีองค์ประกอบครบ 3 อย่าง:

  • Windows 11 — ระบบปฏิบัติการที่รองรับ API ของ DirectStorage
  • SSD แบบ NVMe — ฮาร์ดดิสก์ทั่วไปหรือ SSD แบบ SATA จะไม่ได้ประโยชน์เต็มที่
  • GPU ที่รองรับ DirectX 12 — การ์ดจอรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ในช่วง 5 ปีหลังรองรับแล้ว

แล้ว Windows 10 ล่ะ?

Microsoft ปล่อย DirectStorage สำหรับ Windows 10 ด้วย แต่ประสิทธิภาพจะน้อยกว่า Windows 11 อย่างเห็นได้ชัด เพราะ Windows 11 ได้รับการปรับปรุงระดับ Kernel ให้รองรับการทำงานร่วมกับ DirectStorage โดยเฉพาะ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับอนาคต?

DirectStorage เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหญ่ที่ Microsoft วางแผนไว้ระยะยาว ในยุคที่ข้อมูลมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเกม 4K, ไฟล์ AI Model, หรือวิดีโอ 8K วิธีที่ข้อมูลไหลไปถึงหน่วยประมวลผลคือกุญแจสำคัญของความเร็วทั้งหมด

การที่ Microsoft นำสิ่งที่พิสูจน์แล้วจากคอนโซลเกมมาใส่ใน PC คือการยืนยันว่า สถาปัตยกรรมของ Xbox Series X ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่คือต้นแบบของการประมวลผลยุคใหม่

DirectStorage คือตัวอย่างที่ดีว่าบางครั้งนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ได้มาจากห้องแล็บวิจัย แต่มาจากการแก้ปัญหาของอุตสาหกรรมเกมที่มีความต้องการสูงสุดในโลก สิ่งที่ทำให้เกมโหลดเร็วขึ้น วันนี้กำลังเปลี่ยนวิธีที่คอมพิวเตอร์ทำงานทั้งหมด และถ้าคุณมี Windows 11 กับ NVMe SSD อยู่แล้ว คุณกำลังใช้เทคโนโลยีนี้อยู่โดยไม่รู้ตัว

ถ้าเรื่องนี้เปิดโลกคุณ ลองแชร์ให้เพื่อนที่ชอบเทคโนโลยีได้อ่านด้วยกัน แล้วคอมเมนต์บอกเราว่าคุณรู้จัก DirectStorage มาก่อนหรือเปล่า