The Tower Computer

Brian Eno สร้างเสียง Windows 95 แค่ 3.25 วินาทีได้อย่างไร?

Brian Eno สร้างเสียง Windows 95 แค่ 3.25 วินาทีได้อย่างไร?

ทุกครั้งที่คุณเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุค 90 เสียงสั้นๆ นั้นดังขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่น้อยคนจะรู้ว่าเสียงเพียง 3.25 วินาทีที่คนทั้งโลกจดจำนั้น ถูกสร้างขึ้นโดยโปรดิวเซอร์ระดับโลกอย่าง Brian Eno ผู้อยู่เบื้องหลังวง U2 เรื่องราวเบื้องหลังเสียงเปิดตัว Windows 95 คือหนึ่งในกระบวนการสร้างสรรค์ที่น่าทึ่งที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี

เมื่อ Microsoft โทรหาศิลปิน ไม่ใช่วิศวกร

ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 Microsoft กำลังเตรียมเปิดตัวระบบปฏิบัติการที่จะเปลี่ยนโลก นั่นคือ Windows 95 และหนึ่งในสิ่งที่ทีมงานให้ความสำคัญอย่างจริงจังคือ 'เสียงเปิดเครื่อง' ที่ผู้ใช้จะได้ยินทุกวัน

แทนที่จะมอบหมายงานนี้ให้ทีมวิศวกรเสียงภายในบริษัท Microsoft ตัดสินใจติดต่อ Brian Eno นักดนตรีและโปรดิวเซอร์ชื่อก้องโลก ผู้ที่เคยร่วมงานกับ David Bowie, U2 และเป็นผู้บุกเบิกแนวดนตรี Ambient Music

การตัดสินใจครั้งนั้นเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Microsoft ต้องการอะไรบางอย่างที่มากกว่าแค่เสียงประกอบทั่วๆ ไป

โจทย์สุดหินที่ไม่มีตัวเลขบอก

โจทย์ที่ Brian Eno ได้รับจาก Microsoft ฟังดูเรียบง่ายแต่ซับซ้อนอย่างยิ่ง เขาต้องสร้างเสียงที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้พร้อมกัน:

  • Inspiring — สร้างแรงบันดาลใจ
  • Universal — เป็นสากล ไม่ขึ้นกับวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่ง
  • Optimistic — ให้ความรู้สึกมองโลกในแง่ดี
  • Futuristic — สื่อถึงอนาคต
  • Sentimental — มีความอบอุ่น
  • Emotional — สัมผัสอารมณ์ได้

และที่สำคัญที่สุด เสียงทั้งหมดนั้นต้องอยู่ภายใน 3.25 วินาที เท่านั้น

หากคิดดูให้ดี นี่คือการขอให้ใครสักคนแปลคำคุณศัพท์นามธรรมหลายคำพร้อมกัน ให้กลายเป็นเสียงที่มีความยาวน้อยกว่าการกะพริบตา 3 ครั้ง

84 เวอร์ชัน กับกระบวนการคิดที่ไม่ธรรมดา

สิ่งที่น่าสนใจคือวิธีที่ Brian Eno รับมือกับโจทย์นี้ เขาไม่ได้นั่งหน้าเปล่าแล้วพยายามแต่งเพลง แต่เขาใช้กระบวนการที่เรียกว่า Oblique Strategies ซึ่งเป็นแนวคิดที่เขาพัฒนาร่วมกับ Peter Schmidt เพื่อเอาชนะ Creative Block

Eno เริ่มจากการสร้างเสียงชิ้นเล็กๆ หลายร้อยชิ้น แล้วทดลองผสมผสานสลับกัน เขาสร้างเวอร์ชันทดลองทั้งหมด 84 เวอร์ชัน ก่อนที่จะได้เวอร์ชันสุดท้าย

ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ Eno เปิดเผยในภายหลังว่าเขาทำงานชิ้นนี้บนเครื่อง Mac ไม่ใช่ Windows เพราะในขณะนั้นเขาไม่ได้ใช้ Windows เป็นระบบหลัก แต่นั่นไม่ได้ขัดขวางความสร้างสรรค์ของเขาแต่อย่างใด

ทำไมต้องเป็น 3.25 วินาที?

ตัวเลขนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ Microsoft คำนวณมาแล้วว่าเวลาที่ระบบปฏิบัติการโหลดเสร็จและพร้อมใช้งานอยู่ในช่วงนั้น เสียงจึงต้องสั้นพอที่จะจบก่อนหรือพร้อมกับการโหลดเสร็จ ทำให้ผู้ใช้ไม่รู้สึกว่ากำลังรอ แต่รู้สึกว่ากำลังเริ่มต้นบางอย่าง

นี่คือการออกแบบเสียงที่คำนึงถึง User Experience ตั้งแต่ก่อนที่คำนี้จะเป็นที่แพร่หลาย

บทเรียนจากเสียง 3 วินาที

สิ่งที่ Brian Eno ทำสำเร็จในครั้งนี้สอนเราหลายอย่าง:

1. ข้อจำกัดคือแรงกระตุ้น ไม่ใช่อุปสรรค

การมีเวลาแค่ 3.25 วินาทีไม่ได้ทำให้งานยากขึ้น แต่บังคับให้ทุกโน้ตต้องมีความหมาย ไม่มีที่ว่างสำหรับสิ่งที่ไม่จำเป็น

2. ภาษานามธรรมสามารถแปลงเป็นสิ่งจับต้องได้

คำว่า 'optimistic' หรือ 'futuristic' ดูเหมือนไม่มีนิยามทางดนตรี แต่ Eno พิสูจน์ว่าถ้าเข้าใจอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังคำเหล่านั้นลึกพอ คุณสามารถแปลมันออกมาเป็นเสียงได้

3. เครื่องมือไม่สำคัญเท่ามุมมอง

Eno ใช้ Mac สร้างเสียงสำหรับ Windows และผลลัพธ์ก็คือหนึ่งในเสียงที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ เครื่องมือเป็นแค่สื่อกลาง ความคิดสร้างสรรค์ต่างหากที่สำคัญ

มรดกที่ยังก้องอยู่ในความทรงจำ

เสียงเปิดตัว Windows 95 ได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์และนักดนตรีว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของ Sonic Branding หรือการสร้างอัตลักษณ์ผ่านเสียง คนที่เคยได้ยินเสียงนั้นในวัยเด็กจะจดจำมันได้ทันทีแม้จะผ่านมาหลายสิบปี

นั่นคือพลังของการออกแบบที่ดี ไม่ว่าจะเป็นภาพ คำ หรือเสียง สิ่งที่เข้าถึงอารมณ์ได้อย่างแท้จริงจะไม่มีวันถูกลืม

เรื่องราวของ Brian Eno และเสียง Windows 95 เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโลกใดโลกหนึ่ง ศิลปะและเทคโนโลยีสามารถพบกันได้ในช่วงเวลาสั้นเพียง 3.25 วินาที และสร้างบางสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนนับพันล้านได้ตลอดกาล

คุณจำเสียงนั้นได้ไหม? แชร์บทความนี้ให้เพื่อนที่เป็นคนยุค 90 แล้วมาคุยกันในคอมเมนต์ได้เลย และติดตาม The Tower Computer เพื่อไม่พลาดเกร็ดความรู้เทคโนโลยีสุดน่าทึ่งแบบนี้อีกเยอะ