The Tower Computer

ถอดรหัส Bluetooth: โลโก้ไฮเทคที่ซ่อนชื่อกษัตริย์ไวกิ้งไว้นาน 1,000 ปี

ถอดรหัส Bluetooth: โลโก้ไฮเทคที่ซ่อนชื่อกษัตริย์ไวกิ้งไว้นาน 1,000 ปี

ทุกวันนี้เราใช้ Bluetooth กันจนชิน ไม่ว่าจะต่อหูฟัง ลำโพง หรือเมาส์ไร้สาย แต่มีกี่คนที่รู้ว่าชื่อและโลโก้ของมันไม่ได้มีที่มาจากเทคโนโลยีเลยสักนิด? ความจริงที่ซ่อนอยู่คือ Bluetooth ถูกตั้งชื่อตามกษัตริย์ไวกิ้งแห่งเดนมาร์กที่มีชีวิตอยู่เมื่อกว่า 1,000 ปีก่อน และสัญลักษณ์ที่คุณเห็นทุกวันบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของคุณ ก็คืออักษรโบราณที่สลักไว้บนหินรูนมาตั้งแต่ยุคไวกิ้งดีๆ นี่เอง

กษัตริย์ที่ถูกลืม แต่ชื่อไม่เคยหาย

ฮาราลด์ บลูทูธ (Harald Bluetooth) หรือชื่อเต็มในภาษานอร์สโบราณว่า Harald Blåtand Gormsson คือกษัตริย์แห่งเดนมาร์กที่ครองราชย์ราวปี ค.ศ. 958–986 พระองค์ไม่ได้โด่งดังในฐานะนักรบดุร้ายแบบไวกิ้งทั่วไป แต่โด่งดังในฐานะผู้รวบรวมเผ่าไวกิ้งที่แตกแยกในสแกนดิเนเวียให้กลายเป็นอาณาจักรเดียวกันได้สำเร็จ

พระองค์ยังเป็นกษัตริย์ไวกิ้งพระองค์แรกที่รับนับถือศาสนาคริสต์ และสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่างดินแดนที่แตกต่างกันทั้งทางวัฒนธรรมและความเชื่อ ความสามารถในการ เชื่อมต่อสิ่งที่แตกต่าง ให้เป็นหนึ่งเดียว คือเหตุผลที่วิศวกรยุคใหม่หยิบชื่อของพระองค์มาตั้งชื่อให้กับโปรโตคอลไร้สายที่เชื่อมอุปกรณ์ต่างๆ เข้าหากัน

แล้ว 'บลูทูธ' แปลว่าอะไรกันแน่?

ชื่อ Blåtand ในภาษาเดนมาร์กโบราณแปลตรงตัวว่า ฟันสีน้ำเงิน (Blue Tooth) ซึ่งนักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าพระองค์มีฟันที่ตายและเปลี่ยนสีเป็นโทนเทาอมน้ำเงิน อันเป็นลักษณะที่โดดเด่นจนกลายเป็นฉายาประจำตัว

ฟังดูแปลกสำหรับกษัตริย์ยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับฉายาไวกิ้งชื่อดังอื่นๆ อย่าง Erik the Red หรือ Ivar the Boneless ที่ตั้งตามลักษณะเด่นของแต่ละคนเช่นกัน

จากหินรูนโบราณสู่โลโก้ไฮเทค

นี่คือส่วนที่น่าทึ่งที่สุด โลโก้ Bluetooth ที่คุณเห็นอยู่ทุกวัน ไม่ได้ออกแบบขึ้นมาใหม่เลย มันคือการนำ อักษรรูน (Runic alphabet) สองตัวมาซ้อนกัน ได้แก่:

  • Hagall (ᚼ) — อักษรรูนแทนเสียง H
  • Bjarkan (ᛒ) — อักษรรูนแทนเสียง B

ซึ่งก็คืออักษรย่อของ Harald Blåtand นั่นเอง เมื่อนำทั้งสองตัวมาซ้อนทับกัน จะได้รูปร่างที่คุ้นตาอย่างที่เห็นในโลโก้ Bluetooth ทุกวันนี้

ถือเป็นการออกแบบที่ฉลาดมาก เพราะไม่เพียงแต่เชื่อมโยงชื่อกับสัญลักษณ์ แต่ยังสื่อถึงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของแนวคิดเบื้องหลังเทคโนโลยีนี้อีกด้วย

ใครเป็นคนตั้งชื่อนี้?

เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายยุค 90s เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Intel, Ericsson และ Nokia กำลังร่วมกันพัฒนามาตรฐานการสื่อสารไร้สายระยะสั้น ทีมวิศวกรต้องการชื่อชั่วคราวเพื่อใช้เรียกโปรเจกต์ระหว่างการประชุม

Jim Kardach วิศวกรของ Intel ซึ่งกำลังอ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับไวกิ้งอยู่ในช่วงนั้น ได้เสนอชื่อ Bluetooth ขึ้นมาเพราะรู้สึกว่ากษัตริย์ฮาราลด์เป็นสัญลักษณ์ของการรวมสิ่งที่แตกต่างเข้าหากันได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับที่เทคโนโลยีนี้ต้องการเชื่อมอุปกรณ์ต่างแบรนด์ต่างระบบให้คุยกันได้

ชื่อนี้ตั้งใจให้เป็นแค่ชื่อชั่วคราว แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นชื่อจริงที่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้

ความเชื่อมโยงที่ลึกกว่าแค่ชื่อ

ถ้าลองคิดดูดีๆ ความคล้ายคลึงระหว่างกษัตริย์ฮาราลด์กับ Bluetooth นั้นไม่ได้มีแค่เรื่องชื่อ:

  • ฮาราลด์รวมเผ่าที่แตกแยกหลายเผ่าให้เป็นอาณาจักรเดียว — Bluetooth รวมอุปกรณ์ต่างแบรนด์ต่างระบบให้ทำงานร่วมกันได้
  • ฮาราลด์สร้างการสื่อสารระหว่างกลุ่มที่ไม่เคยคุยกัน — Bluetooth สร้างช่องสัญญาณระหว่างอุปกรณ์ที่ไม่มีสายเชื่อม
  • ฮาราลด์ไม่ใช้กำลัง แต่ใช้การเจรจา — Bluetooth ไม่ใช้สายไฟ แต่ใช้คลื่นวิทยุ

วิศวกรเหล่านั้นช่างเลือกชื่อได้ลงตัวจริงๆ

ทำไมเรื่องนี้ถึงน่ารู้?

ในโลกที่เราใช้เทคโนโลยีทุกวันโดยไม่เคยตั้งคำถาม เรื่องราวเบื้องหลัง Bluetooth เป็นตัวอย่างที่ดีว่าแม้แต่ชื่อของสิ่งที่ดูเทคนิคที่สุดในชีวิตประจำวัน ก็ยังมีประวัติศาสตร์และมนุษย์ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ครั้งต่อไปที่คุณกด Connect via Bluetooth ลองนึกถึงกษัตริย์เดนมาร์กที่มีฟันสีน้ำเงินซักนิดก็ได้

Bluetooth ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีไร้สายธรรมดา มันคือมรดกของกษัตริย์ไวกิ้งผู้รวมชาติที่ถูกบรรจุลงในทุกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วโลก และโลโก้ที่เราเห็นทุกวันก็คืออักษรรูนโบราณอายุกว่าพันปีที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในยุคดิจิทัล ประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีเชื่อมกันได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหม?

รู้แบบนี้แล้วอย่าเก็บไว้คนเดียว แชร์ให้เพื่อนได้อึ้งกันบ้าง และถ้าอยากรู้ว่าเทคโนโลยีไหนอีกที่มีที่มาสุดแปลก คอมเมนต์บอกได้เลย หรือติดตาม The Tower Computer ไว้ไม่พลาดเรื่องน่ารู้แบบนี้อีก